Sokyu No Fafner เป็นอนิเมชั่นของค่าย Xebec ออกฉายเมื่อวันที่ 4 กรกฏาคม 2004 และจบลงวันที่ 26 ธันวาคม 2004 รวมทั้งสิ้น 26 ตอน 
เนื้อเรื่องกล่าวถึงเรื่องราวหลังจากโลก ถูกสัตว์ประหลาดที่เรียกว่า "เฟสตูม" รุกรานด้วยการดูดกลืน ผู้ใดที่ตอบคำถามของมัน จะต้องสูญสลายไปในพริบตามนุษยชาติ ไม่สามารถต่อกรกับพวกเฟสตูมได้ เพราะทันทีที่ตอบคำถามของมัน ผู้ที่ตอบก็จะถูกอ่านใจโดยสมบูรณ์แบบ ไม่สามารถต่อกรกับมันได้เลย หลังจากนั้น มนุษย์ที่ยังหลงเหลือ(ชาวญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยที่ยังรอดมาจากการรุกรานของเฟสตูม จึงทำการพรางตัวเกาะทัตซึมิยะ(เกาะวังมังกร)ของตัวเองและทำให้เกาะสามารถเคลื่อนที่ไ
ด้ พร้อมด้วยระบบเกราะป้องกันอันแข็งแกร่ง แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถหนีรอดได้ เพราะถูกเฟสตูมหาเจอ อนิเมชั่นเรื่องนี้ มีลิขสิทธิ์ในบ้านเราด้วยครับ โดยค่าย TIGA ครับผม

Fafner เป็นชื่อที่แผลงจาก Fafnir ยักษ์โบราณที่สามารถแปลงรูปร่างเป็นสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่(มังกร)เพื่อปกป้องสมบัตในถ้ำ และยังสามารถต่อสู้ได้แม้ยังหลับ และก็ตรงตามคอนเซ็ปต์ของเหล่าโนทุงโมเดลในเรื่อง(พวกหุ่นฟาฟเนอร์) เมื่อเหล่านักบินขึ้นไปขับจะอยู่ในสภาพกึ่งหลับ กึ่งตื่น และแข็งแกร่งขึ้นจากการปลุก "สมองของสัตว์เลื้อยคลานก่อนประวัติศาสตร์ " เพื่อดึงเอาสัญชาติญาณที่แท้จริงที่แฝงในสมองส่วนลึกของมนุษย์ออกมาใช้ โดยจะแสดงสัญชาติญาณของคนขับออกมา แตกต่างกันไปตามแต่ละคน ฟาฟเนอร์ เป็นอาวุธรูปร่างแบบมนุษย์ที่พัฒนาเพื่อใช้ต่อสู้กับเฟสตูม ลักษณะสำคัญคือสามารถป้องกันความสามารถอ่านใจของเฟสตูมได้ นอทุงโมเดลพัฒนาโดยอัลวิสต่อจากไททันโมเดล มีจุดเด่นที่ "ซีเนอเจติคโค้ด" ที่เชื่อมระบบประสาทของนักบินเข้ากับฟาฟเนอร์ ทำให้นอกจากพวกนักบินของฟาฟเนอร์แล้วจะไม่สามารถบังคับได้ และยังเชื่อต่อทั้งความเจ็บปวด ความรู้สึกต่างๆด้วย และยังเชือ่มไปยังระบบซิฟรีดอีกต่อ ที่แม้ไม่ได้ขับ แต่ถ้าตัวหุ่นได้รับความเสียหาย ทั้งคนขับ และ คนควบคุมระบบซิกฟรีด ก็จะได้รับความเจ็บปวดด้วย ซึ่งนักบินที่ใช้ซีเนอเจติคโค้ดได้นั้นต้องฝังส่วนหนึ่งของเฟสตูมไว้ในตัว ปัญหาของวิธีนี้ก็คือนักบินของฟาฟเนอร์จะมีลูกไม่ได้และทุกครั้งที่ใช้งาน ฟาฟเนอร์ก็อาจจะเกิดอาการผิดปกติของร่างกายจนหมดสภาพได้

เหล่าโนทุงโมเดลทั้งหลาย จะมีชื่อเรียกเป็นรหัสหมายเลข เขียนแบบเลขโรมัน แต่อ่านแบบเยอรมัน ฟาฟเนอร์เครือ่งที่ผมนำมารีวิววันนี้ คือ Fafner Mark Elf รหัสตามเรื่องก็คือ XI (11) ครับ เป็นฟาฟเนอร์รูปแบบพื้นฐานที่เน้นความสามารถในการต่อสู้ได้ทุกที่ สามารถบินได้เป็นระยะเวลาสั้นๆ 

Spec ของ Fafner Mark ELF ตามนี้เลยครับ

ความสูง:35 เมตร
อาวุธ:
Mine Balde:มีดสั้นนาโนแมชชีน ที่แม้จะหักก็สามารถงอกใหม่ได้เรื่อยๆ
Railgun:ปืนกระแสไฟฟ้าแรงสูง
Gegner:ปืนขนาดเล็กเหมาะสำหรับต่อกรกับเหล่าเฟสตูมขนาดเล็ก
Luga Lance:หอกกึ่งดาบที่สามารถกางออกแล้วยิงกระสุนไฟฟ้าเสมือนเรลกัน ลองซอร์ดหรือเรลกันนั้นบางครั้งจะบรรทุกอยู่ในยานสนับสนุน"ลินด์วรุม" ซึ่งเป็นยานไร้คนบังคับที่ควบคุมผ่านซิกฟรีดซิสเต็ม

สำหรับข้อมูลหุ่น ก็จบเพียงเท่านี้นะครับ หาข้อมูลยากมากเลย เหล่าฝูงบินฟาฟเนอร์ เคยลงเกมส์ Super Robot Wars ด้วยนะครับ ภาค K เครื่อง NDS ทำให้อดฟังเสียงพากย์ไปตามระเบียบ 

สำหรับเพลงเปิดและปิดของเรื่องนี้ก็ได้ Angela ร้องไปทั้งหมด ทั้งเพราะและทั้งเสียงสูงเลยทีเีดียว

เพลงเปิด Shangri-La



เพลงปิด Separation




ที่จริงแล้ว ผมคิดเลยว่า หุ่นจากเรื่องนี้ จะได้ออกของเล่นง่ายๆ เพระาดีไซน์หุ่นนั้นแปลกมาก ตัวเป็นคน หัวเป็นมังกร(พยายามมองดีๆครับ ผมก็มองอยู่นาน กว่าจะมองมันเป็นอย่างที่ผมกล่าวไว้)ดูจากตัวหุ่นแล้ว แทบจะเรียกได้ว่า จะใส่จุดขยับเข้าไปอย่างไรหนอ...ค่ายที่จะทำของเล่น คงต้องคิดหนักแน่ๆ แล้วบันได ก็จัดมาให้เต็มที่ สำหรับจุดขยับและลูกเล่นต่างๆ ทำได้เยี่ยมเลยทีเีดยวครับ ขนาดผมที่ไม่ชอบจุดขยับตัดเฉียงแล้ว ได้เล่นยังติดใจเลย แถมเรื่องนี้ ตัวหุ่นก็คล้ายๆกันหมด ย้อมเปลี่ยสี แพ็คหลังก็ขายตัวใหม่ได้สบายๆ เอาละครับ เข้าสู่การรีวิวครั้งนี้กันได้เลย ข้อมูลรอบนี้เยอะไปหน่อย เพระาเรือ่งนี้ หาคนเขียนข้อมูลได้ยากมากๆครับ ผมเลยขอเขียนไว้ให้หลาๆยท่านที่ต้องการหาข้อมูล สามารถหาได้สะดวกขึ้นนะครับ

เริ่มกันที่กล่องนะครับ ขนาดกล่อง ไม่เล็ก ไม่ใหญ่เกินไปครับ กำลังดี
ด้านหน้า



ด้านหลัง



ข้อมูลสินค้า:

วางจำหน่ายครั้งแรก 25/12/2010
ราคาเปิด 3990 เยน

มาดูรายละเอียดตัวของกันนะครับ

ด้า้นหน้าและด้านหลัง



ความสูง 14 ซม.
วัสดุ PVC,ABS,POM

ข้อดี

1.ขนาดตัวไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป ขนาดกำลังดีครับ
2.ข้อต่อแข็งแรงดีครับ แถมยังขยับได้เยอะกว่าที่คิดด้วย
3.ออฟชั่นอาวุธต่างๆเยอะ หลากหลาย 
4.การลงสี มีการลงสีเป็นเมทาลิคให้ด้วยครับ และการลงสีก็ค่อนข้างดีพอตัว


ข้อเสีย

1.จุดขยับตัดเฉียงทั้งตัว จะนับว่าเป็นข้อดีหรือข้อเสียก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนครับ ถ้าไม่ชอบแนะนำว่า ผ่านไปดีกว่าครับ
2.เปลี่ยนมือยากมาก เพระาต้องนำกำปั้น(มือ) เข้าไปเสียบกับเดือยเล็กๆ ที่อยู่ในช่องมือ 
3.ตัวเสียบปืนเรลกันกับเกกเนอร์ เสียบแล้วหลวมมากๆ ต้องไปอุดรูให้แน่นเอาเอง


Detail 

ต่อไปนี้เป็นรายละเอียดต่างๆครับ
ซูมหน้าชัดๆ



ตาเป็นแบบเมทาลิค และลงสีมาน่าพอใจครับ

รายละเอียดต่างๆ รอบตัวครับ








สังเกตที่มือดีๆครับ จะเข้าใจว่าทำไมมันเปลี่ยนยากนัก เพราะมีตัว Knuckle Guard ตามการดีไซน์หุ่นครับ เวลาจะดึงมือมาเปลี่ยนไม่ลำบาก แต่เวลาจะใส่มือเข้าไปนีสิ ลำบากจริงๆ
การลงสีก็จัดว่า น่าพอใจในระดับนึงครับ 

ดีคอลตามเรื่อง หมายเลขโรมันครับ XI ที่ปีกซ้ายและเข่าซ้ายครับ




จุดฮาร์ดพอยท์ต่างๆ ตามตัว ไว้ติดอาวุธครับ




ลองนำอาวุธที่ให้มาแปะดูครับ



Gimmicks


มาต่อกันที่เรื่อง จุดขยับและความแข็งแรงต่างๆครับ จุดขยับเริ่มกันที่ส่วนหัวนะครับ การ เงย และ หันข้างครับ ตามภาพเลย



จุดขยับที่ไหล่และแขนครับ



ช่วงแขนและไหล่ แยกเป็นสองช่วงชัดเจนครับ ตามภาพจะเห็นว่าสามารถยกไหล่ได้ และ ทีไ่หล่แบ่งจุดขยับออกมาอีก ทำให้สามารถยกแขนได้ 
แต่ก็เป็นแบบตัดเฉียงทั้งแขนเลยครับ ส่วนศอก ก็เป็นแบบตัดเฉียง เวลาจัดท่าแล้ว ก็ควรหมุทั้งไหล่เลยดีกว่า จะดูธรรมชาติกว่ามากๆครับ


จุดขยับช่วงลำตัว



เป็นตัดเฉียงเช่นกันครับ ตามภาพเลย 

จุดขยับช่วงขา 

สามารถยกขาได้สูงประมาณนี้ครับ



กางขาได้เยอะมากกว่าที่ผมคาดไว้ซะอีก



จุดขยับช่วงขาลงมาถึงเท้า ก็ตามภาพครับ 



จะพบว่า ตัดเฉียงเกือบทั้งขา ยกเว้น นิ้วเท้า ที่ทำได้แค่พับลง ช่วงก่อนปลายเท้า ทำมาให้หมุนได้ เป็นบอลล์จ๊อยท์ และ้ฝ่าเท้า ยังสามารถหมุนได้ เพราะเป็นบอลล์จ๊อยท์

Thruster ที่หลัง สามารถเปิดได้



Option

มาดูออฟชั่นต่างๆ ที่ให้มาในเซ็ทครับ



Knuckle Guard 2 ชิ้น,ปืนสั้น เกกเนอร์พร้อมที่เสียบติดมาเลย,ก้านลูก้าแลนซ์ แบบปิด,ลูก้าแลนซ์พร้อมก้านแบบเปิด
Thruster ที่ขา แบบเปิด 2 ชิ้น,ปืนเรลกัน,มือซ้าย-ขวา ข้างละ 3 แบบ แบบ จับอาวุธ และแบบยิงอาวุธ

มาดูมือแบบต่างๆที่มีให้เปลี่ยนกันครับ



แบบแรก แบบกำหมัดชกให้มาติดตัวหุ่นอยู่แล้ว,แบบแบ,แบบจับอาวุปกติแล้วก็ แบบจับอาวุธแล้วเตรียมยิงครับ

Thruster(ไอพ่น) ที่ขา สามารถเปลี่ยนเป็นแบบเปิดได้ครับ



Armaments

ว่ากันในส่วนของอาวุธครับ

Knuckle Guard:ตามเนื้อเรื่องจะเลื่อนมาปิด เมื่อฟาฟเนอร์ เตรียมการชกศัตรู เพื่อปกป้องความบาดเจ็บที่คนขับอาจได้รับ



Mine Balde:มีดสั้นนาโนแมชชีน ที่แม้จะหักก็สามารถงอกใหม่ได้เรื่อยๆ ตัวงานลงสีเป็นแบบเมทาลิค สวยงามดีทีเดียวครับ



Gegner:ปืนขนาดเล็กเหมาะสำหรับต่อกรกับเหล่าเฟสตูมขนาดเล็ก ไม่สามารถนำมาถือได้ เพระาตัวปืนไม่มีที่จับ 
อาศัยการติดกับตัวเชื่อมสีฟ้าๆครับ 



Railgun:ปืนกระแสไฟฟ้าแรงสูง สามารถติดกับตัวยึดของเกกเนอร์ หรือใช้มือจับอาวุธถือเอาก็ได้ครับ



Luga Lance:หอกกึ่งดาบที่สามารถกางออกแล้วยิงกระสุนไฟฟ้าเสมือนเรลกัน ลองซอร์ดหรือเรลกันนั้นบางครั้งจะบรรทุกอยู่ในยานสนับสนุน "ลินด์วรุม" ซึ่งเป็นยานไร้คนบังคับที่ควบคุมผ่านซิกฟรีดซิสเต็ม

มีสองแบบ แบบแรกคือแบบใช้สำหรับทำโหมดใช้ฟัน แบบหลัง แบบยืด ไว้ใช้ตอนที่ยิงกระสุนไฟฟ้าแบบเรลกัน



Action!












สรุปนะครับ

ลูกเล่น:ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ ถ้าน่าสนใจสุด ก็คงเป็น ลูก้าแลนซ์ครับ ที่ทำมาได้สมจริงเหมือนในเรื่อง
จุดขยับ:เรื่องนี้ต้องตอบตัวเองก่อนนะครับ ว่าคุณชอบจุดขยับตัดเฉียงไหม ถ้าไม่ชอบ ผมแนะนำให้ผ่านเลยดีกว่า แต่ถ้าคุณรับได้ หรือชอบ ผมว่า มันเป็นงานอีกชิ้น ที่น่าสนมากๆครับ 
การลงสี:ยังมีที่เลอะนะครับ แต่การลงสีเมทาลิคมา ก็ถือว่า ชดเชยได้ครับ
ความแข็งแรง:ผมว่า จัดอยู่ในระดับดีมากเลยทีเดียว สามารถยืนเองรอด จุดขยับก็แข็งแรงดีอีกต่างหาก
ความคุ้มค่า:เมื่อเทียบกับราคา 3990 เยน ผมถือว่าคุ้มค่ามาก แต่ทั้งนี้ มันก็ขึ้นอยู่กับคุณครับ ว่าคุณชอบจุดขยับแบบตัดเฉียงของมันไหม เพระามันขยับได้ไม่เยอะเท่าไหร่

สรุป:ให้ 8.5/10 เลยครับ เมื่อเทียบกับราคาแล้ว นับว่า คุ้มครับ แต่ผมว่า มันยังขาดๆเกิน จริงๆ บางจุดสามารถทำเป็นจ๊อยท์ขยับปกติได้ แต่ก็ยังใช้แบบตัดเฉียง แต่โดยรวม ผมพอใจนะครับ และก็ค่อนข้างชอบมากเลยหละ (เพระาชอบเรื่องนี้อยู่แล้ว)

รีวิวรอบนี้ ก็เป็นรีวิวที่ผมถ่ายพร้อมๆกับตอนที่รีวิว Arbalest ไปครับ เลยทำให้ฝีมือขาดๆเกินๆ เซ็ทค่าอะไรไม่เก่งเท่าไหร่ จัดฉาก จัดแสงก็ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร 
แต่ก็อยากลงรีวิวครับ เพราะรีวิวของเล่นจากเรื่องนี้ หายาก ผมเลยจัดการลงซะ ไว้มีโอกาสผมจะนำมาให้ชมอีกครับ

[Review]Robot Damashii Side AS Arx-7 Arbalest Lambda Driver

posted on 03 May 2012 21:20 by tenkawa-akito


ARX-7 Arbalest จากเรื่อง Fullmetal panic! ซึ่งในเรื่องจะเรียก หุ่นรบ ว่า ARM Slave (AS)นั่นเอง ซึ่งตัวอาบาเรสท์นั้นถูกพัฒนาโดยมีต้นแบบมาจาก M9-GERNSPACK ซึ่งเป็นหุ่นรบแบบทั่วไปของทางมิธริล อาบาเรสท์มีรูปแบบการสร้างคล้ายๆ ทหารนาวิกโยธิน ไม่ว่า จะเป็นเรื่องของ อาวุธ รูปทรง และรูปแบบการต่อสู้ต่างๆ และเป็น AS เครื่องแรก ของมิธริล ที่ได้รับการติดตั้งระบบแลมด้าไดร์ฟเวอร์ และได้นำมาใช้ปฏิบัติการจริงด้วย อาบาเรสท์มีการติดตั้งระบบ AI System ที่มีชื่อว่า อัล ที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่า AI ของเกอร์นส์แพ็ค มากและยังมีระบบ ECS ไว้ใช้พรางตัวหลบการโจมตีอย่างสมบูรณ์แบบอีกด้วย... หลังจากที่ อาบาเรสท์ถูกใช้งานครั้งแรกแล้ว อัล ก็ไม่ยอมให้ใครขึ้นขับ อาบาเรสท์อีกเลยนอกจาก ซางาระ โซสุเกะเท่านั้น... จุดด้อยของอาบาเรสท์เมื่อเทียบกับ M9 Gernsbackก็คือระยะเวลาที่สามารถปฏิบัติการได้จะสั้นกว่ามาก อาบาเรสท์ถูกใช้งานครั้งแรกเพื่อต่อสู้กับ Plan1056 โคดาลของอมัลแกรมซึ่งมีแลมด้าไดรเวอร์เหมือนกัน อาบาเรสท์เป็นหุ่นรบที่เน้นไปที่ความเร็วในการเคลื่อนไหวเป็นหลัก.. แต่ความเร็วสูงสุดในการเคลื่อนไหวของมันนั้น..ไม่อาจประเมินได้ เพราะพลังของแลมด้าไดร์ฟเวอร์นั่นเอง...ซึ่งแลมด้าไดร์ฟเวอร์เป็นระบบที่สามารถเปลี่
ยนความคิดของคนขับให้ออกมาเป็นพลังได้ แต่ตัวโซสุเกะ ไม่ค่อยมีจินตนาการในการพลังแปลกๆเท่าไหร่ เลยไม่สามารถดึงความสามารถของระบบได้ดีนัก ผิดกับ เกาลูน ที่จินตนาการทำลายล้างได้เกินมนุษย์ แต่ในตอนท้าย โซสุเกะ ก็จินตานาการ ให้ หมัดของอาบาเรส?์สามารถต่อยออกไปแล้วไม่โดนเป้าหมายด้านหน้า แต่ไปโดนเป้าหมายด้านหลังแทน ปกติแล้วอาบาเรสท์จะใช้อาวุธปืนเป็นปืนลูกซอง57มม. "Boxer" และมีดต่อต้านรถถังมากกว่าการใช้ระบบแลมด้าครับ

เพลงเปิดภาค TSR เอาไว้ฟังเล่นๆได้ครับ เพลงนี้ผมชอบมาก ชื่อเพลง Minami Kaze ครับ(สายลมแห่งทิศใต้)



ข้อมูลจำเพาะของ ARX-7 ARBALEST 

ARX-7 ARBALEST

ความสูง:8.5 เมตร
น้ำหนัก:9.8 ตัน
จำนวนนักบิน:1 คน
AI SYSTEM NAME:อัล
MAIN PILOT:ซาการะ โซสุเกะ
แหล่งพลังงานขับเคลื่อน:Palladium reactor,Ross & Humbleton APR 2500c
อุปกรณ์เพิ่มเติม:Electromagnetic Cloak Systems(หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ระบบ ECS นั่นละ),Lamda Driver 
ระยะเวลาปฏิบัติการสูงสุด:100 ชม.
อาวุธติดตัว:AM 11 12.7mm chain gun,XM18 wire gun
อาวุธ:40 mm assault rifle,Otto/Melala "Boxer" 57mm scattershot,fragmentation grenade,Royal Ordnance M1108 anti-tank dagger,GeoTron Electronics GRAW-2 Monomolecular cutter
ผู้ออกแบบ: Kanetake Ebikawa 

ข้อมูลหุ่นก็ขอจบเพียงเท่านี้ครับ Fullmetal panic ได้ลงเกมส์ Super robot war มาด้วยครับ แต่...ลงแต่ภาคเครื่องมือถือ เลยอดฟังเสียงพากย์ครับ...ลงภาค J กับ W ครับ.. ก็เป็นหุ่นที่พึ่งได้นะครับ ยิงแรงดีด้วย แต่เสียแค่ว่า เดินบนฟ้ากับในน้ำแย่มาก เลยทำให้ เอาไปสู้บางด่านลำบากหน่อย และอาวุธก็เป็นอาวุธยิงซะส่วนใหญ่ แต่ท่าประสานนี่แรงไม่พอ กิน EN น้อยด้วย ท่าโจมตี ตามคลิปเลย



จริงๆแล้ว อาบารเสท์ได้ออกของเล่นหลายแบบอยู่นะครับ เช่น พลาโมของค่ายอาโอชิม่า ให้หลายๆคนได้ลองประกอบ แต่หลักๆ ได้ออกของสำเร็จรูปเยอะกว่านะ ที่ผมจำได้ก็ รีโวลเทคครับ แต่ดันไม่ให้ออฟชั่นเปิดไล่แบบแลมด้ามา แล้วก็ ค่ายอัลเตอร์ Almecha ตัวใหญ่ รายละเอียดสวยงามสุดๆ (แต่ผมงบไม่พอครับ...T_T) สุดท้ายก็โรบอท ทามาชินี่ละครับ และตัวนี้เป็นเวอร์ชั่น Renewal(แก้งาน) ตัวเก่านะครับ ตัวเก่ากับตัวใหม่ ต่างกันเยอะพอสมควรเลยครับ ว่าแล้ว ก็เข้าสู้รีวิววันนี้ ที่ผมนำมาเสนอเลยดีกว่า
 
***อนึ่ง รีวิวครั้งนี้ ผมปรับปรุงรูปแบบรีวิวด้วยนะครับ ดีหรือมไ่ดีอย่างไร ติชมได้เต็มที่ครับผม***

เริ่มกันที่กล่องนะครับ

ด้านหน้าและด้านหลัง จะเห็นว่า กล่องจะยาวกว่าตัวเก่านะครับ




ข้อมูลสินค้า:
วางจำหน่ายครั้งแรก 25/02/2012
ราคาเปิด 3990 เยน


มาดูรายละเอียดตัวของกันนะครับ

ด้า้นหน้าและด้านหลัง



ความสูง 14 ซม.
วัสดุ PVC,ABS

ข้อดี 

1.ตัวไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป ขนาดกำลังดีครับ
2.ข้อต่อแข็งแรงดีครับ แถมยังขยับได้เยอะกว่าที่คิดด้วย
3.เอ็ฟเฟ็คต์ที่ให้มา คุ้มมากครับ นำไปเล่นได้หลากหลายด้วย
4.การลงสี มีการลงสีเป็นเมทาลิคให้ด้วยครับ
5.ของแถมเยอะครับ(ยังไม่รวมเอ็ฟเฟ็คต์พาร์ท ก็ถือว่าเยอะแล้ว)


ข้อเสีย

1.ตัวที่ผมได้มา จ๊อยท์ลำตัวหลวมไปนิดๆครับ เลยทำให้หน้าก้มไปบ้างในบางภาพ
2.ตัวไวเยอร์กัน(เชือก) เวลาจะติด ต้องสวมเข้าที่มือทับไปเลย อาจทำให้สีลอกได้ง่ายครับ เล่นแล้วระวังกันด้วยละ
3.มือเหนี่ยวไกปืน นิ้วมันจับไกปืนแล้ว แอ็คชั่นนิดหน่อยก็หลุดง่ายมาก

Detail 
ต่อไปนี้เป็นรายละเอียดต่างๆครับ
ซูมหน้าชัดๆ



การลงสีที่หน้า ผมค่อนข้างพอใจนะ ลงสีมาได้ดีระดับนึงเลยละ

รายละเอียดต่างๆตามตัวครับ











รายละเอียดต่างๆ ตามตัว ต่างจากตัวเก่าหลายอย่างเช่น การลงสี จะเพิ่มความเป็นเมทาลิคมากกว่าเดิมและสีก็สดขึ้นด้วย 
อีกจุดหนึ่งก็จุดฮาร์ดพอยท์ ที่ไว้ติดอาวุธต่างๆ ก็เพิ่มมาที่แขนนะครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายทีหลังนะครับ

ด้านหลัง สามารถเปิดรูเชื่อมฐานทามาชิได้ครับ



เทียบความสูงกับ ไลน์เดียวกัน แต่คนละ side ครับ ตัวที่เทียบเป็นตัว Full action ครับ



ตัวก็ไม่ใหญ่ไม่เล็กไปครับ ขนาดกำลังดี จับถนัดมือเลยละครับ


Gimmicks

มาต่อกันที่เรื่อง จุดขยับและความแข็งแรงต่างๆครับ
จุดขยับเริ่มกันที่ส่วนหัวนะครับ การ ก้ม เงย และ หันข้างครับ ตามภาพเลย



ไหล่และแขนครับ 



ไหล่สามารถพับเปิดขึ้นด้านบนได้ ทำให้ยกแขนได้มากขึ้น
ต้นแขน เป็นแบบหมุนได้ 360 องศาครับ แยกจากหัวไหล่ ส่วน ช่วงศอก เป็นสองจังหวะ สามารถขยับได้เยอะมากครับ ตามรูปเลยครับ

ช่วงไหล่ แยกอสิระจากลำตัว ทำให้หมุนแยกได้ครับ ต่างจากตัวเก่า หมุนแล้ว จะหลุดเลย



หน้าอก สามารถบีบไหล่เข้าหากันได้ครับ



ช่วงท้อง ขยับได้ โดยการเงยขึ้นหรือลงได้ด้วยครับ



ขากางได้เยอะมากครับ ลงไปกางแหกขาเต็มที่เลย ตัวเก่าได้ไม่ถึงขนาดนี้นะครับ



ยกขาได้สูงประมาณนี้ (ตัวเก่าก็ได้แบบนี้แหละครับ)



ช่วงเข่า พับแยกสองจังหวะ และช่วงปลายเท้า ยังแยกมาให้ขยับหมุนเท้าซ้าย-ขวา ได้ด้วยครับ



ของที่แถมมาครับ



หน้าแบบคาบมีด,M1108 anti-tank dagger,GRAW-2 Monomolecular cutter,ฝักมีด,เอ็ฟเฟ็คต์แลมด้าไว้วางที่พื้น
Effect Lambda ที่มือสองแบบ,มือซ้าย 4 แบบ ขวา 3 แบบ,ไหล่แบบ แลมด้า 1 คู่,แผงหลังแบบแลมด้า 1 คู่
ตัวปิดหลัง สองแบบ(ไว้เก็บปืน 1 อัน ไว้ปิดเฉยๆไม่ให้หลังโล่งอีกอัน),XM18 Wire Gun,ปืน Boxer 1 กระบอก

มาดูรายละเอียดต่างๆที่แถมมาต่อนะครับ

มือที่ให้มาเปลี่ยน



จากซ้ายไปขวา เรียงบนลงล่างนะครับ


แบบแรกติดมากับตัว,แบบแบให้มาสองข้าง,แบบจับปืน ให้มาแค่ด้านซ้าย,แบบจับมีดให้มาทัง้สองข้าง,แบบเกี่ยวไกปืนให้มาสองข้างเช่นกัน

ตัวปิดหลังที่ให้มา แบบแรก แก้โล่ง 



จริงๆ เอาไว้เก็บมีดอันเล็กได้นะครับ แล้วอันใหญ่ก็ไว้เก็บปืนลูกซอง



มีดอันใหญ่ เก็บไว้ที่หลัง,ด้านข้าง และ หลังมือได้ครับ

Otto/Melala "Boxer" 57mm scattershot สามารถเลื่อนรังเพลิงได้ครับ



และยังสามารถพับส่วนบนลงได้ด้วย



ใบหน้าแบบคาบมีดครับ



ทดสอบความแข็งแรงของ XM 18 wire gun ครับ



เลยเอาไปลองหนีบกับพัดลมซะ ชื่อภาพ ร้อนเว้ย! ฮ่าๆๆๆ
ก็แข็งแรงพอตัวครับ ไม่หลุดง่ายๆแน่ ถ้าไม่เล่นพิสดารเกิน

ต่อจะเป็นการเปลีย่นโหมดเป็น แลมด้าไดร์ฟเวอร์นะครับ

เริ่มจาก แกะไหล่เดิมออก



เปลี่ยนไหล่แบบเปิดแลมด้าครับ



ดูดีกว่าตัวเดิม เพระาสีเงินในไหล่ จะเปลี่ยนเป็นเมทาลิคให้ครับ และสีก็สดขึ้น

แผงหลังแบบแลมด้าครับ



Arbalest Lambda Driver!



พาร์ทหมัดแบบติดเอ็ฟเฟ็คต์ครับ



สองภาพแรก คือ อันเดิม เปลี่ยนไปติดซ้ายขวา ซึ่งอันแรกจะเป็นแบบสวมทับทั้งแขนครับ
แต่ภาพที่สาม เป็นแบบชกไปแล้ว เวลาติด ต้องถอดกำปั้นออก แล้วเสียบไปแทน



จะติดทั้งสองข้างก็ได้นะ



จริงๆ ไม่ต้องมีฐานช่วยก็จัดท่าสวๆยได้สบายๆเลยละครับ



เอ็ฟเฟ็คต์แลมด้าที่พื้นครับ



ลูกเล่นต่างๆก็หมดเท่านี้ครับ ต่อไปก็เป็นการแอ็คชั่นล้วนๆครับ


Action!









โซสุเกะ:อัล! เปิดใช้งานแลมด้าไดรฟ์เวอร์เดี๋ยวนี้!
อัล:รับทราบ!




เมื่อสั่งใช้งานแลมด้าไดรฟ์เวอร์ พลังของหุ่นจะเพิ่มมากขึ้น และสามารถทำการโจมตีได้ตามจินตนาการ เช่น
สั่งให้ยิงปืนลำแสง ออกจากปืนลูกซองปกติ,ยิงลำแสงจากนิ้ว หรือจะป้องกันตัวก็ยังได้ เช่น สามารถใช้นิ้วแผ่บาเรียกันการโจมตีต่างๆ
ระบบนี้ ถือเป็น black technology ที่ทางองค์กร Whisper(ฝ่ายร้าย) ต้องการเป็นอย่างมาก











ตอนหลัง ในขณะที่ ครูโซ ถูก เกท จับเป็นตัวประกัน โซสุเกะที่ฮึดกลับมาสู้อีกครั้ง เพราะได้เกาลูนเตือนสติ 
จึงจินตนาการสร้างการโจมตีแบบใหม่ คือการปล่อยพลังคลื่นออกจากหมัด









แถมท้าย
จริงๆ เอ็ฟเฟ็คต์แลมด้า เอาไปใช้ได้เยอะเลยครับ เช่น


โฮโนกะ:สิบโทค่ะ..ขอชั้นทดสอบพลังใหม่หน่อยนะคะ...



โฮโนกะ:ย๊าก!!! เขามาเลยค่ะ โซสุเกะคุง!



โซสุเกะ:งั้นผมไม่ออกมือละนะครับ!
โฮโนกะ:เต็มที่เลยนะค้า!!!!!!!!

ฉับพลันก็มีเสียงแว่วเข้ามาในหูสิบโท มันช่างเป็นเสียงที่สิบโทคุ้นหูเหลือเกิน
....:ถ้าเอ็งทำให้ท่านผู้การมีแผล แกอย่าหวังนะว่า จะเหลือแม้กระทั่งซาก!
โซสุเกะ:อัล ปิดแลมด้า แล้วยอมโดนชกด่วน!
อัล:รับทราบ!



และแล้ว ผลจึงออกมา ตามคาด.... 

ภาพรวมก่อนจากครับ ภาพจากเพลงเปิด ภาค The Second Raid ครับ



สรุปนะครับ

ลูกเล่น:ผมชอบตรงการเปลี่ยนพาร์ทต่างๆ เปลี่ยนง่ายกว่าตัวเดิมเยอะครับ แล้วก็ลูกเล่นแลมด้าเอ็ฟเฟ็คต์ ถือว่าเยี่ยมเลยครับ
จุดขยับ:เรื่องนี้ ยกให้เต็มที่เลยครับ จุดขยับนั้น แข็งแรง และขยับได้เยอะกว่าที่คาดไว้มากเลย 
การลงสี:ยังมีที่เลอะนะครับ แต่การลงสีเมทาลิคมา ก็ถือว่า ชดเชยได้ครับ
ความแข็งแรง:ทั้งตัวไวเยอร์และตัวจ็อยท์ต่างๆ แข็งแรงมากครับ เรียกได้ว่า เป็นอีกตัวที่ไม่ควรพลาดเลยครับ เป็นการแก้งานที่ดีจริงๆ
ความคุ้มค่า:เมื่อเทียบกับราคา 3990 เยน ผมถือว่าคุ้มค่ามาก ของแถมต่างๆก็เยอะ และเอ็ฟเฟ็คต์พาร์ทที่ให้มา ก็เยอะ และเอาไปใช้ได้หลากหลายครับ

สรุป:ให้ 9/10 เลยครับ เมื่อเทียบกับราคาแล้ว นับว่า สุดคุ้มจริงๆ ความแข็งแรงตัวงานนั้นเยี่ยม,ของแถม และลูกเล่นก็ครบครันเลยครับ


รีวิวครั้งนี้ ผมรู้สึกว่า ผมทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ เนื่องจากห่างเหินไปซะนาน แถมไฟที่ใช้ก็แค่สองดวง(ไฟดันแตกหมด) พอหาซือ้ไฟ ก็ดันซื้อมาผิดอีก
แถมรีวิวนี้ ไมไ่ด้ใช้ความรู้โฟโต้ช็อปเท่าไหร่ เพราะคอมไม่ดี กระตุกบ่อยๆ เลยไม่สะดวกนัก
แต่ก็อยากทำรีวิวครับ เพราะอยากแบ่งปันความสุขและแชร์ข้อมูลของเล่น เพื่อบอกข้อดี ข้อเสียต่างๆให้ทราบเพื่อให้คนที่กำลังตัดสินใจอยู่
ได้มีทางเลือกที่ดีครับ หวังว่าคงช่วยทุกๆท่านที่กำลังตัดสินใจได้เป็นอย่างดีนะครับ
สำหรับรีวิวครั้งนี้ก็จบเพียงเท่านี้นะครับ แต่ผมมีรีวิวเตรียมไว้อีก คาดว่าไว้มีโอกาสก็พบกันใหม่ในรีวิวหน้าครับ